
ปิดตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ 29 มี.ค. ที่ระดับ 1,561.06 จุด เพิ่มขึ้น 16.49 จุด รวมมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 50,484.71 ล้านบาท Continue reading

ปิดตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ 29 มี.ค. ที่ระดับ 1,561.06 จุด เพิ่มขึ้น 16.49 จุด รวมมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 50,484.71 ล้านบาท Continue reading

บอร์ดต่างด้าว ไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทย มี.ค. 35 ราย เพิ่ม 9% ดูดเม็ดเงิน 1,659 ล้านบาท ส่งผลไตรมาสแรกอนุญาตรวม 99 ราย เพิ่ม 25% เงินลงทุน 3,640 ล้านบาท Continue reading

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวเครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ด้วยวันทำการที่ค่อนข้างน้อยและมีวันหยุดหลายวัน เช่น เทศกาลตรุษจีนและมาฆบูชา ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของเดือน ก.พ. ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดตัวเลขเฉลี่ย 2 เดือนจะพบว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นไปได้ต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีแรงส่งที่ดีในระยะต่อไป
โดยการใช้จ่ายของภาคเอกชนในเดือน ก.พ. ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ถ้าคิด 2 เดือน คือ ม.ค.-ก.พ. การใช้จ่ายภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.7% และหากคิดเทียบกับปีก่อนหน้า การใช้จ่ายในเดือน ก.พ. ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.3% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนหดตัวจากเดือนก่อนหน้า 2.4% ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ถ้าเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนยังขยายตัวได้ 9.5% สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวลดลง 1.2%
“การส่งออกเดือน ก.พ.ในรูปดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัวลงระยะเดียวกันของปีก่อน 4.6% ขณะที่มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทหดตัวประมาณ 7.4% ส่วนการส่งออกระยะต่อไป ธปท.ขอให้ติดตามผลกระทบจากค่าเงินบาทอีกระยะหนึ่ง โดยคาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกของไทยจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การนำเข้าในเดือน ก.พ. หดตัว 8.9% เทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน”
สำหรับเงินทุนเคลื่อนย้ายในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ นายเมธี กล่าวต่อว่า เป็นเงินไหลเข้าสุทธิมากถึง 4,687 ล้านเหรียญฯ โดยส่วนใหญ่เป็นการกู้เงินดอลลาร์ระยะสั้นของธนาคารพาณิชย์ เพื่อดำรงฐานะเงินตราต่างประเทศตามกำหนดของ ธปท. อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ พบว่าในเดือน ม.ค. มีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้า 487 ล้านเหรียญฯ แต่ในเดือน ก.พ.กลับไหลออก 346 ล้านเหรียญฯ.

ธปท.เดินหน้าโรดโชว์จูงใจคนไทยลงทุนนอก ระบุเอสเอ็มอีไทยเริ่มโกอินเตอร์มากขึ้น แต่ต้องการเห็นเพิ่มขึ้นอีก ยอมรับค่าบาทช่วงต่อไปยังผันผวนและมีโอกาสแข็งค่าในระยะยาว การลงทุนในต่างประเทศ ของคนไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้ เตรียมปรับขึ้นประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้สูงกว่า 4.9% ขณะคลังรับลูกทันควันปรับประมาณการเศรษฐกิจโตทะลัก 5.3%
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “ทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลก เปลี่ยน” ว่า ขณะนี้ทิศทางของนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมีเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่และภาคการผลิต ในขณะนี้เริ่มเห็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี) ของไทยสนใจไปลงทุนในประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพื่อกระจายฐานการผลิตและลดต้นทุน รวมถึงแรงงานที่ราคาถูกกว่าในประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท.ได้พยายามผ่อนคลายกฎเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจและนักลงทุนคนไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในส่วนของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะขยายวงเงินให้ผู้ลงทุนประเทศสถาบัน 8 ประเภทที่กำหนด และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถไปลงทุนได้โดยไม่จำกัดวงเงิน ขณะที่รายย่อยช่วงที่ผ่านมาเพิ่งขยายวงเงินการลงทุนให้จาก 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี เป็น 50 ล้านเหรียญต่อปี และในอนาคตมีโอกาสที่จะขยับวงเงินส่วนนี้เพิ่มไปถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ส่วนทิศทางของค่าเงินบาทในช่วงต่อไปนั้น ยังคงมีความผันผวน และเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจคงไม่เห็นค่าเงินบาทคงที่ตลอดอย่างวันนี้ในช่วง 3 เดือนหน้าอีกแล้ว ดังนั้น การ บริหารความเสี่ยงและดูแลต้นทุนเป็นเรื่องสำคัญ”
ด้านนางรุ่ง มิลลิกะมาส ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในหัวข้อ “ภาวะเศรษฐกิจการเงินของไทยและต่างประเทศ” ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีจากแรงส่งภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้ ธปท.เตรียมปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 4.9% ที่ประเมินไว้ก่อนหน้า และขยับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจาก 2.8% เป็นประมาณ 3%
ขณะที่เศรษฐกิจต่างประเทศ แม้ว่าสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่การฟื้นตัวที่แท้จริงอาจะต้องใช้เวลา โดยเฉพาะยุโรปที่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งต้องใช้เวลา
อย่างไรก็ตาม การออกไปลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทย ช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทได้มาก โดยปี 55 ที่ผ่านมา มีเงินนอกเข้ามาลงทุนในไทยสูงมาก แต่ค่าเงินบาทของเราแข็งค่าขึ้นประมาณ 4% เพราะมีเงินทุนส่วนหนึ่งในประเทศออกไปลงทุนในต่างประเทศ และคาดว่าในปีนี้จะมีนักลงทุนที่สนใจออกไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคนไทยเริ่มออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น แต่ยังน้อยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย หรือไต้หวัน หรือสิงคโปร์
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 56 คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 5.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยมีช่วงคาดการณ์ 4.8-5.8% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 5% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคภายในประเทศจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนได้รับผลดีจากรายได้ภาคครัวเรือนที่ปรับตัวดีขึ้นจากการจ้างงานที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี รวมถึงมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่าแรงรายวันขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ หรือโครงการรับจำนำข้าว เป็นต้น สำหรับการบริโภคภาครัฐก็ขยายตัวดีตามการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีของรัฐบาลในปี 56 ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่การลงทุนภายในประเทศจะยังสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะยังคงเร่งตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากได้รับผลดีจากการดำเนินนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา รวมทั้งจากมาตรการของรัฐเพื่อการส่งเสริมการลงทุน ในขณะที่การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปีนี้จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐและการลงทุนตามแผนการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐวงเงินลงทุนรวม 3.5 แสนล้านบาท
สำหรับอุปสงค์ภายนอกจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกในปีนี้ โดยการส่งออกคาดว่าขยายตัว 9% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 8-11% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่คาดว่าจะขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อน.
หลังจากที่เน้นใส่เสื้อผ้าแฟชั่นที่ส่วนใหญ่ใส่แล้วดูหวาน เป็นผู้หญิงเสียเหลือเกินช่วงนี้คงจะได้เวลาเปลี่ยนแนวเสื้อในเทรนด์อื่นกันบ้าง
ยิ่งเริ่มเข้าสู่ซัมเมอร์ อากาศร้อนจัด ๆ แบบนี้ จะมัวแต่แต่งตัวสไตล์หวานอย่างเคย ก็คงจะเซ็งน่าดู เพราะทั้งความยาวชุดเดรสของบางแบบ รวมทั้งเครื่องประดับหลายชิ้นอาจทำให้รำคาญ หรืออีกด้าน การสวมชุดเดรสหรือกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาในช่วงซัมเมอร์ แสงแดดจัด ๆ อาจจะแผดเผาผิวสวยเนียนของสาว ๆ ให้หมองคล้ำลงได้
เทรนด์ที่กำลังอินสุด ๆ ในตอนนี้จึงเป็นเสื้อสีจี๊ดจ๊าด เพราะสีสันที่ฉูดฉาดกำลังเป็นที่นิยม เป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจในโลกแห่งแฟชั่นซีซั่นนี้ เสื้อสีจี๊ดจ๊าดกำลังมาขโมยหัวใจของเหล่าแฟชั่นนิสต้าไปเต็ม ๆ
จึงเห็นได้ว่าเสื้อผ้าเกาหลีของต่างประเทศจะมีแต่เสื้อผ้าแฟชั่นสีจี๊ดจ๊าดกันเยอะมาก แม้กระทั่งเสื้อผ้า ชุดเดรส แบรนด์เนม ก็ออกคอลเลคชั่น เสื้อผ้าสีจี๊ดจ๊าดออกมาไม่น้อยเพื่อให้คุณผู้หญิงได้จับจองเป็นเจ้าของกันค่ะ ดังนั้นใครไม่อยากตกเทรนด์ก็ต้องไปหามาครอบครองกันนะคะ
จากภาพยนตร์สู่ความเป็นจริง ในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสายลับ ไม่ว่าจะเป็น เจมส์บอนด์ 007 , Mission impossible และอีกหลาย ๆ เรื่อง เราจะเห็นอุปกรณ์สอดแนม ติดตาม ดักฟังขนาดจิ๋ว ใครจะเชื่อว่าเรื่องราวเทคโนโลยีในจินตนการ กลายเป็นจริงได้ ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นและน่าทึ่งมาก
ในภาพยนตร์สายลับบันลือโลกอย่าง เจมส์ บอนด์ 007 เราจะเห็นอุปกรณ์สอดแนม ติดตาม ดักฟังขนาดจิ๋ว คอยให้พระเอกสายลับเมืองผู้ดีได้ใช้งานในเวลาที่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา สิ่งประดิษฐ์ที่คอยช่วยเหลือเจมส์ บอนด์ นั้นมีขนาดเล็กและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (อย่างไม่น่าเชื่อ)
แต่สิ่งเหล่านั้นมาจากจินตนาการสร้างสรรค์ขึ้นมา ในขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์อุปกรณ์สายลับเหล่านั้นอาจจะยังไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้ แต่ทุกวันนี้ก็มีอุปกรณ์ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านระบบดาวเทียมบอกตำแหน่ง (จีพีเอส) ที่มีขนาดเล็กจิ๋ว เป็นชิพขนาดเล็กจนสามารถใส่ไว้ในซองขนม และนำมาซึ่งโปรโมชั่นการตลาดที่น่าแปลกใจที่เกิดขึ้นบนเกาะอังกฤษในเวลานี้
เมื่อบริษัท เนสท์เล่ ผู้ผลิตสินค้าบริโภคและขนมชั้นนำระดับโลก เปิดตัวแคมเปญการตลาดส่งเสริมยอดขาย “คิทแคท” ขนมปังเวเฟอร์กรอบเคลือบช็อกโกแลต ด้วยการแทรก “ชิพ” ส่งสัญญาณระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมจีพีเอส ในซองขนมคิทแคท 6 ชิ้นที่ออกจำหน่ายบนเกาะอังกฤษ ซึ่งเมื่อผู้โชคดีเปิดซองและดึงแถบปิดวงจรชิพนี้ออกจะเป็นการกระตุ้นให้ชิ พตัวนี้ส่งสัญญาณระบุตำแหน่งที่อยู่ให้แก่ทีมงานของเนสท์เล่ เพื่อการติดตามมายังที่อยู่ของผู้โชคดีภายในเวลา 24 ชั่วโมง
นอกจากเนสท์เล่ แล้วคู่แข่งอย่าง บริษัทยูนิลีเวอร์ ก็เคยใช้แคมเปญการตลาดที่ใช้เทคโนโลยีจีพีเอสเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเปิดตัวแคมเปญ ติดตามตัวเพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ซื้อผงซักฟอก โอโม่ ในประเทศบราซิล ในถุงผงซักฟอกพิเศษ 50 ถุงจะมีชิพจีพีเอสที่จะทำงานทันทีเมื่อถุงผงซักฟอกถูกเคลื่อนย้ายออกมาจาก ชั้นวางสินค้าในร้านค้าและจะส่งมอบกล้องถ่ายวิดีโอเป็นของขวัญแก่ผู้โชคดีใน เวลา 24 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดที่ต่างประเทศ แต่หากวันหนึ่งในประเทศไทยสามารถแจกโชคลักษณะนี้ได้ คงเป็นที่ฮือฮาอย่างยิ่ง และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้บริโภคอย่างแน่นอน จึงนับเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ และชาญฉลาดในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างลงตัวและคุ้มค่าอย่างที่สุด